ประเทศไทย   เป็นประเทศที่เข้าสู้สังคมผู้สูงอายุ  (Aging Society)  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547   และคาดว่าจะเป็นสังคมผู้สูงโดยสมบรูณ์อีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้    เพราะมนุษย์มีความสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย  ทำให้การพัฒนาวิทยาศาสตร์   เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์  การสาธารณสุข   เศรษฐกิจ  จนทำให้มนุษย์มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง   มีอายุยืนนาน  ลดอัตราการเสียชีวิต  จนทำให้มีผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้นในแต่ละประเทศ   การที่จะวัดว่าสังคมประเทศใดเป็นสังคมผู้สูงอายุนั้น   ใช้หลักการวัดขององค์สหประชาชาติ   ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

    ผู้สูงอายุ (Older Person) คือประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป   ซึ่งจะมีการแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ

  1. 1. ระดับก้าวเข้าสังคมผู้สูงอายุ (Aging  Society)  คือประเทศที่มีประชากรอายุมากกว่า  60  ปีร้อยละ  10 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ  หรือมีประชากรอายุตั้งแต่  65 ปีมากกว่าร้อยละ 7  ของประชากรทั้งประเทศ
  2. 2. ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบรูณ์ (Aged  Society)  คือประเทศที่มีประชากรอายุมากกว่า  60  ปีร้อยละ 20  ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ  หรือมีประชากรอายุตั้งแต่  65 ปีมากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
  3. 3. ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super – Aged  Society)  คือประเทศที่มีประชากรอายุตั้งแต่  65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ

ประเทศไทยเราเข้าสู้สังคมผู้สูงอายุหลายปีแล้ว  ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบรูณ์ในช่วงปีประมาณปี พ.ศ.2567   แล้วตามมาด้วยสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ต่อไป   เราจึงต้องให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ   เพราะเป็นผู้ที่ทำงานมานานจนอายุมากแล้ว  ซึ่งอาจจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่  หรือปู่ย่า  ตายยายของท่าน   จึงต้องดูแลเพื่อให้ร่างกายและจิตใจแจ่มใสแข็งแรง   อีกทั้งการฟื้นฟูปรับสภาพร่างกายและทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย   ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายูอย่างยิ่ง   เรื่องดังกล่าวมีข้อปฏิบัติในการดูแลอยู่  4 ข้อ  มีดังนี้

  1. 1. การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ ควรเป็นการออกกำลังกายในแบบเบา ๆ อย่างการเดิน  วิ่งเยอะ ๆ สลับกันไป  แต่ถ้าผู้สูงอายุข้อเท้าหรือหัวเข้าไม่ดี  ก็ควรหลีกเลี่ยง ใช้วิธีลงสระว่ายน้ำ เดินในน้ำ  แต่เน้นที่การลอยตัว  ขยับร่างกายนิดหน่อยเท่านั้น  ทำให้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุ  ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด  และปลอดภัย  ซึ่งกล้ามเนื้อจะไม่รับแรงกระแทก ประกอบด้วยการบริหารร่างกายท่าง่าย ๆ หรือท่านใช้วิธีรำมวยจีน  เป็นการออกกำลังกายที่ช้า  ได้ความแข็งแรง   แต่ให้ระมัดระวังเรื่องการทรงตัว  เพราะผู้สูงอายุขาดสารแคลเซียม  ซึ่งทำให้กระดูกบาง   ถ้าล้มจะทำให้กระดูกหักได้ง่าย  ควรออกกำลังกายในระยะเวลาไม่นานมาก หลังจากการออกกำลังกายแล้วควรใช้สบู่กลิ่นลาเวนเดอร์ ล้างทำความสะอาด
  2. 2. การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ (Health Tourism)  เป็นการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้   เป็นลักษณะท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable)  เน้นในเรื่องการให้ความรู้ ซึ่งก็มีอยู่หลายบริษัท  มีการไปพักตามโรงแรม  ให้เราเลือกการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เข้าไปพักในโรงแรมที่มีมาตรฐาน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ  เหมาะกับผู้สูงอายุ  โดยเฉพาะในเรื่องความสะอาด   บางทัวร์ก็เข้าพักในศูนย์สุขภาพ  ที่เคยเห็นก็ไปพักเพื่อการรักษาโรคเบาหวาน  และโรคอื่น ๆ  ที่เป็นโรคของผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่   ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน  คือ

ประเภทแรก  การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ  (Health Promotion Tourism)  เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นในเรื่องตามธรรมชาติ  และเรื่องของวัฒนธรรมเป็นหลัก   เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อยใจ  มีกิจกรรมส่งเสริมด้านความรู้เพื่อสุขภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ

ปะเภทที่สอง  การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ  (Health Healing Tourism)  เน้นไปที่การบำบัดรักษาสุขภาพในโรงพยาบาล  หรือสถานพยาบาล  มีการตรวจเช็คร่างกาย  การรักษาโรค  และการฟื้นฟูสุขภาพตามหลักวิชาการ

  1. 3. การนวดเพื่อสุขภาพ อย่างการนวดอโรมาเธอราพี  (Aroma Therapy) มีกลิ่นน้ำหอมจากน้ำมันนวดเพื่อบำบัดโรค   นำมาใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1928  โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศส  ชื่อ  เรเน่ – มัวริส  กาเต้ฟอเช่  ใช้วิธีบำบัดจากพืชที่มีกลิ่นหอม  ต่อมามี ดร.ยีน  วอลเน็ทได้ศึกษาวิธี  จนทำให้ค้นพบคุณสมบัติของกลิ่น  ที่ช่วยให้มีชีวิตชีวา  และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้  จึงได้นำมาใช้กับทหารในสงครามโรคครั้งที่ 2   ในปัจจุบันเป็นการนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย  ที่สกัดจากพืชธรรมชาติ  เป็นทั้งการนวด  การอบร่างกาย  การประคบด้วยสมุนไพร  ทั้งยังมีเรื่องของวารีบำบัด  (Water Therapy)  เป็นการอาบน้ำแร่  หรือน้ำพุร้อน  การนวดเพื่อสุขภาพ  จะทำให้ผู้สูงอายุนอนหลับสบายเต็มที่
  2. 4. การอาบน้ำ เริ่มด้วยห้องน้ำของผู้อายุ  ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัย  ไม่ทำให้เกิดอันตรายได้โดยง่าย  การอาบน้ำด้วยสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์  ผ่อนคลายขณะอาบน้ำได้ดี เพราะกลิ่นลาเวนเดอร์  จะช่วยผ่อนคลายสมอง  และร่างกาย  ลดการเต้นของหัวใจ  ลดวามดันโลหิต  จะทำให้ท่านนอนหลับเต็มที่   จึงควรให้ความสำคัญกับการอาบน้ำ ซึ่งนอกจากจะทำให้มีความสะอาดปราศจากเชื้อโรคแล้ว  ยังทำให้สุขภาพของท่านดีตามมาอีกด้วย

การดูแลผู้สูงอายุ เพื่อการฟื้นฟูและผ่อนคลาย  มีข้อปฏิบัติ 4. ข้อสำคัญ  ด้วยการเริ่มตั้งแต่การออกกำลังกายแบบเบา ๆ อย่างถูกต้องเหมาะกับผู้สูงอายุ    รวมไปถึงการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ   หรือการบำบัดสุขภาพ   ไปจนถึงการนวดด้วยน้ำมันนวดเพื่อบำบัดโรค  และการอาบน้ำด้วยสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์  จะทำให้ร่างกายและจิตใจแจ่มใสแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา   แล้วยังเป็นการฟื้นฟูและผ่อนคลายให้กับผู้สูงอายุอีกด้วย   ขอให้ท่านผู้สูงอายุ  มีอายุยืนด้วยข้อปฏิบัติที่ทำให้สุขภาพของท่านแข็งแรงนะครับ