อะไรคือสุดยอดปรารถนาในชีวิต นอกจากต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีครอบครัวที่ดีพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศชื่อเสียงแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งคือ การมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ห่างไกลโรงพยาบาลและร้านหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อยุคนี้ค่ารักษาพยาบาลแพงเหลือเกิน แค่เป็นไข้หวัดต้องจ่ายไปเท่าไรเมื่อคุณไปหาหมอ ฉะนั้นการห่างไกลโรงพยาบาลและร้านหมอจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ในเมื่อสุขภาพที่ดีเป็นสุดยอดของความต้องการของทุกคนด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อสุขภาพดีร่างกายจะแข็งแรง สมองก็จะพัฒนาทำให้มีความคิดที่ดี ฉลาดปราดเปรื่อง และมีกำลังกายที่จะทำงาน ดำเนินชีวิตต่อสู้อุปสรรคต่างๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในสิ่งที่ตั้งใจไว้ การมีสุขภาพที่ดีทำได้ง่ายๆคือการดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ หมายความว่าต้องดูแลตัวเองให้เป็นในเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วยนั่นเอง

เรามาเป็นคนทันสมัยไม่ตกเทรนด์สุขภาพกันดีกว่า ด้วยวิธีดูแลตัวเองง่ายๆเบื้องต้นให้ห่างไกลหมอ นั่นคือการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ดังนี้
ความสะอาดมาเป็นอันดับหนึ่ง

การดูแลตัวเองให้สุขภาพดี ความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หมายถึงต้องเริ่มต้นดูแลรักษาความสะอาดให้ตัวเองและสิ่งแวดล้อม นั่นคือการทำความสะอาดร่างกาย เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน สระผม ล้างมือ ตัดเล็บ ดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ทำความสะอาด ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และ ข้าวของเครื่องใช้ และควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เป็นต้น
ร่างกายของเราอวัยวะที่สัมผัสเชื้อโรคมากที่สุดคืออะไร คือมือสองมือของเรานั้นเอง ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและสุขภาพดี คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพราะมือติดเชื้อโรคได้ง่ายเมื่อสัมผัสสิ่งต่างๆ และยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคอีกด้วยมือนำโรคมาสู่เราได้ง่ายเพราะเราใช้มือสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณปาก ตา จมูก และ ผิวหนัง นั่นเอง
โรคที่มากับมือ มี ดังนี้
โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด ติดต่อผ่านการหายใจ และติดต่อได้กับมือที่สัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ และเลือด
โรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ โรคตับอักเสบชนิดเอ โรคพยาธิชนิดต่างๆ ติดต่อจากการที่มือปนเปื้อนเชื้อแล้วหยิบจับอาหารทาน
โรคติดต่อจากการสัมผัส เช่น โรคตาแดง โรคเชื้อรา แผลอักเสบที่ผิวหนัง หิด เริม ติดต่อเกิดจากมือไปสัมผัสแผล ฝี หนอง โดยตรง แล้วมาสัมผัสกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย
โรคติดต่อที่รุนแรง เช่น โรคไข้หวัดมรณะ (SARS) โรคไข้หวัดนก ติดต่อทางการหายใจ หรือมือสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ และเลือด
เมื่อไหร่จึงควรล้างมือ
ควรล้างมือก่อนการเตรียมหรือปรุงอาหาร และก่อนรับประทานอาหาร
ล้างมือหลังจากการเข้าห้องน้ำ ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย และ
ควรล้างมือหลังเสร็จกิจกรรมที่ทำให้มือสกปรกต่างๆ ดังนี้
ล้างมือทุกครั้งที่จับสัตว์เลี้ยง หรืออุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยง เช่น จานข้าวสุนัข หวี แปรง และอื่นที่เป็นของใช้สุนัข
ล้างมือทุกครั้งเมื่อออกไปนอกบ้านและกลับเข้าบ้านก่อนไปจับต้องอย่างอื่นภายในบ้าน
ล้างมือทุกครั้งที่จับราวบันได กดปุ่มลิฟต์ เปิดปิดประตูในที่บุคคลหนาแน่น และที่สาธารณะ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าต่างๆ รถเมล์ รถไฟ เป็นต้น
เลือกทานอาหาร
สุขภาพดี ด้วยเรื่องง่ายๆอีกอย่าง คือต้องเลือกทานอาหาร ที่ว่าเลือกทานอาหารเลือกอย่างไร
เลือกทานอาหารที่แคลอรี่น้อย หรือเลือกทานอาหารมันไขมันน้อย โดยใช้วิธีเปรียบเทียบอาหารสองอย่าง เช่น ชอบทานไก่ ให้เลือกทานไก่ย่างแทนไก่ทอด เป็นต้น
เลือกทานอาหารหวานน้อย เช่น ชอบทาน ชา กาแฟ ให้สั่งชา กาแฟ ที่ไม่ใส่คอฟฟี่เมตหรือนมข้นหวาน ให้ใส่นมสดไขมันน้อยและสั่งหวานน้อยแทน
ของขบเคี้ยว อาหารขยะ ขนมหวานควรทานให้น้อยลง และเลือกทานที่ไม่มีไขมันทรานส์ (ซองขนมจะมีบอกไว้ว่า Tran 0 % ) ในความเป็นจริงจะห้ามทานเลยคงจะยาก จึงต้องเตือนตัวเองเสมอให้ทานให้น้อยลง
เลือกทานที่มีประโยชน์ เช่น ปลา ผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ และในแต่ละมื้ออย่าทานมากเกินไปเมื่อรู้สึกอิ่มก็ให้หยุดทาน
และต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยเฉลี่ยประมาณ 8 แก้ว ต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้การเผาผลาญ การไหลเวียนของเลือดซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ได้ดี
ออกกำลังกายตามกำลัง
ออกกำลังกายตามกำลัง คือต้องออกกำลังกายให้พอดีกับกำลังของตัวเอง ไม่น้อยหรือหักโหมมากเกินไปจนร่างกายอ่อนเพลีย อย่างน้อยควรออกกำลังสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ15-30 นาที แนะนำให้เริ่มออกกำลังกายในเบื้องต้นวันละ 15นาทีก่อน แล้วค่อยๆเพิ่ม วันละ 5 นาที จนครบ 30 นาที แล้วคอยสังเกตร่างกายตัวเองว่าเหนื่อยไหม การออกกำลังกายใช้การอดทนไม่ได้ถ้ารู้สึกเหนื่อยไม่ไหวต้องหยุด (นอกจากคุณจะเป็นนักกีฬาและออกกำลังกายเป็นประจำ) ผลที่ได้ทันทีคือความกระปรี้กระเปร่า สดใส แล้ว การออกกำลังกายในระยะยาว ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ หลอดเลือด และยังลดน้ำหนักทำให้ไม่อ้วน
มีความสุขกับการนอน
เมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อน ควรมีความสุขที่จะปฏิบัติหมายความว่านอนหลับผักผ่อนอย่างมีความสุข โดยมีวิธีคิดว่านี่คือเวลาของเรา เป็นเวลาของเราจริงๆ เป็นเวลาของเราที่ไม่ต้องเสียสตางค์ที่จะทำให้สุขภาพดี จึงควรตักตัวเวลานอนของเราให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง ควรหาเวลานอนหลับพักร่างกายอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง และควรพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่นแจ่มใส และสุขภาพดี
อารมณ์ดี
มีอารมณ์ดี สดชื่นแจ่มใส คิดบวกทำให้สุขภาพจิตดี หาเวลามีกิจกรรมที่ทำให้หัวเราะ เช่น ดูหนังตลก คุยเล่นกับเพื่อน เล่นกับสัตว์เลี้ยง หัดเป็นคนหัวเราะง่าย ยิ้มแย้มแจ่มใส การมีสุขภาพจิตที่ดีย่อมส่งผลทำให้สุขภาพดีด้วย

ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นข้อแนะนำเรื่องง่ายๆในการดูแลตัวเองในยุคค่ารักษาพยาบาลแพมหาโหดเช่นนี้ หากทำได้จะห่างไกลโรงหมอและมีสตางค์เหลือเก็บในกระเป๋าได้ด้วย