สินค้า น้ำยาล้างจาน คุณภาพสูง | ราคาขายส่ง

5 ข้อในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน
(How to choose dish washing cleaner)

“เราจะมุ่งเน้นใช้ความรู้ความสามารถในการคัดสรรค์สิ่งที่ดีและปลอดภัยสูงสุดเพื่อลูกค้าของเรา”

รายการ สินค้า น้ำยาล้างจาน

กิจกรรมที่ทุกบ้านต้องทำกันทุกวันก็คือเรื่องการล้างจาน อาจจะวันละ 2-3 ครั้งกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นร้านอาหารนี่แทบจะล้างกันทั้งวัน และแน่นอนว่าน้ำยาล้างจานจึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเราทุกวันเช่นกัน

จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะมารู้จักกับการเลือกใช้สินค้าชนิดนี้ให้มากขึ้นเพื่อตัวเราเองและคนในครอบครัวกันครับ

โดยมี 5 ข้อที่ต้องพิจารณาคือ

1 สารตกค้างบนจานชาม : น้ำยาล้างจานในท้องตลาดที่ราคาถูกมากๆ อาจใช้ส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีอันตรายมาผสมเพื่อลดต้นทุน ดังนั้นเมื่อล้างจานเสร็จแล้วสารเหล่านี้ก็อาจตกค้างทั้งบนมือและผิวภาชนะต่อไป และอาจเกิดผลเสียตามมาเมื่อนำไปใส่อาหาร

ซึ่งสารเหล่านี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายต่อไปแล้วเกิดการสะสมในร่างกาย และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในเวลาต่อมา ซึ่งสิ่งตกค้างเหล่านั้นจะพูดในหัวข้อต่อไปครับ

น้ำยาล้างจาน4
น้ำยาล้างจาน2

2 ประเภทสารขจัดคราบ-โซดาไฟ : โซดาไฟมีฤทธิ์เป็นด่างเข้มข้นที่สามารถขจัดคราบไขมันได้เป็นอย่างดี ผสมในน้ำยาล้างจานที่ราคาถูกมากๆ แต่ลักษณะเฉพาะของมันคือล้างออกค่อนข้างยาก เพราะจะลื่นๆเหนียวๆติดผิวภาชนะ ทำให้ล้างออกยากและต้องใช้น้ำเยอะในการล้างให้ออกหมดจด

สิ่งที่น่ากังวลคือถ้าล้างไม่สะอาดแล้วมีสารตกค้าง เมื่อนำไปใส่อาหารแล้วมีการปนเปื้อนอาหารแล้วเข้าสู่ร่างกายก็จะเกิดการสะสมแล้วป่วยในที่สุด

ลองนึกสภาพตอนที่ท่อตันแล้วล้างด้วยโซดาไฟสิครับ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับลำไส้ของเรา

3 แบคทีเรียในน้ำยา : บางครั้งการปนเปื้อนในกระบวนการผลิตหรือวัตถุดิบที่สกปรก เช่นน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตหรือภาชนะบรรจุไม่สะอาด สิ่งที่ตามมาคือแบคทีเรียที่จะเกิดขึ้นและเจริญเติบโตในน้ำยาล้างจานต่อไป

น้ำยาล้างจาน1

สังเกตได้จากกลิ่นน้ำยาที่มีกลิ่นคล้ายอาหารบูด หรือมีเจลขาวๆใสๆเกาะอยู่ที่ผนังบรรจุภัณฑ์ เหล่านี้คือสัญญาณบอกว่ามีแบคทีเรียปนเปื้อนในน้ำยาล้างจานขั้นรุนแรง หากนำไปล้างจานก็ไม่มีทางสะอาดแน่นอนและจะปนเปื้อนภาชนะเราด้วย

ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือนำน้ำยาล้างจานที่มีเชื้อไปล้างจานแล้วไม่เช็ดจานให้แห้ง แบคทีเรียจะไปโตต่อที่ภาชนะ เมื่อนำไปใส่อาหารก็ทำให้เกิดการเจ็บป่วยอย่างแน่นอน

4. ความเข้มข้นของสารขจัดคราบ

แบ่งได้ 2 กรณีคือ เข้มข้นเกินไปและเจือจางเกินไป

ต้องบอกก่อนว่าน้ำยาจะเข้มข้นหรือเจือจางไม่ได้ดูจากความหนืดของน้ำยาซึ่งนั่นคือความรู้สึก แต่ต้องดูจากค่าความเข้มข้นของสารขจัดคราบซึ่งดูได้จากฉลากด้านหลังบรรจุภัณฑ์ นั่นคือ...

" Linear alkyl benzene sulfonate” ซึ่งควรมีความเข้มข้นอยู่ที่ 12-15 % ของน้ำหนัก (%w/w) จึงจะสามารถขจัดคราบไขมันได้ดี

 

ถ้าหากมากกว่านี้ก็อาจทำให้ระคายเคืองผิวมือของเรา ซึ่งจะรู้สึกแห้งและมือลอก อันเป็นผลมาจากไขมันที่ผิวโดนดึงออกมากเกินไป

หากความเข้มข้นน้อยกว่านี้ก็จะทำให้เปลืองน้ำยา เพราะต้องใช้น้ำยาปริมาณมากขึ้น เพื่อขจัดคราบไขมันบนผิวภาชนะ ซึ่งคุณอาจจะซื้อน้ำยามาในราคาถูกแต่ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ประสิทธิภาพเท่าเดิม

น้ำยาล้างจาน5

5 กลิ่นน้ำหอมไม่ติดจาน หรือไปรบกวนกลิ่นอาหาร

ปัญหานี้มักเกิดกับร้านอาหาร เพราะน้ำหอมที่ฉุนเกินไปและติดบนผิวภาชนะ อาจไปรบกวนกลิ่นอาหารที่เสริฟให้ลูกค้า หรือบางกรณี ลูกค้าอาจให้ความรู้สึกว่าล้างจานไม่สะอาดเพราะยังมีกลิ่นของน้ำยาอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วเราอาจล้างสะอาดแล้วแต่กลิ่นที่ฉุนนั้นติดจานไปด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของร้านเราดูไม่ได้มาตรฐานและทำให้เสียลูกค้าไป

น้ำยาล้างจาน6
น้ำยาล้างจาน3

บริษัท พีเอสเอ เซอร์วิส แอนด์ ซัพพลาย จำกัด  เราเข้าใจและรับรู้ปัญหานี้ จึงคัดเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัยและผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำส่งสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้แก่ลูกค้าของเราได้รับสินค้าที่ดีต่อไป

เราคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัย เสมือนเราผลิตไว้ใช้เองในชีวิตประจำวัน

เรียนรู้ การเลือกน้ำยาล้างจาน :